Wednesday, March 04, 2009

ขีดสีม่วงขีดนั้น

เซ็งสุดๆ เพราะเจ้าขีดสีม่วงขีดนั้นนั่นแหละ
ไม่ได้เซ็งเพราะมีขีดขึ้นมา
แต่เซ็งเพราะมันขึ้นมาขีดเดียว ไม่มีอีกขีดขึ้นคู่มาด้วย

เรื่องราวของขีดเริ่มต้นจากการที่อิชั้นเริ่มอ้วนมากเป็นช้างพัง
ทั้งที่ใช้ชีวิตใกล้เคียงกับสมัยก่อนเป็นอย่างมาก
แต่ใครๆ ก็บอกว่า สี่ห้ากิโลที่เพิ่มขึ้นมานั้นไม่ธรรมดา
มาบวกกับการที่ผู้ชายหลายคนผิดเวลานัด
ด้วยความที่มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว
จึงได้รับคำแนะนำให้ตรวจดูเสียว่าตอนนี้มีอีกชีวิตอยู่ในพุงหรือเปล่า

ไปซื้ออุปกรณ์มาจากร้านขายยา พร้อมพี่น้องกองเชียร์หัวเราะคิกคัก
เก็บใส่กระเป๋าเอาไว้ หมายใจจะกลับไปตรวจที่บ้านตอนค่ำ
แต่ข้างกล่องบอกว่าจะให้ได้ผลดีควรตรวจตอนเช้า

งั้นก็อดใจรอจนถึงเช้า

นาฬิกาปลุกดังตอน 06.00 น.
แทนที่จะปล่อยให้ดังเตือนอีกสักสองสามรอบเหมือนเคย
วันนี้ให้ดังครั้งเดียวตอน 06.09 น.
ลากสังขารลงจากเตียง เปิดกระเป๋า แล้วเข้าห้องน้ำ

อุปกรณ์แบบที่ซื้อมาเป็นแบบใช้ง่ายสะดวกสบาย คล้ายที่พบเห็นในละคร
ด้วยสนนราคาที่แพงกว่าแบบฉี่ใส่แก้วแล้วจุ่มกระดาษถึงหนึ่งเท่าตัว
ความที่ตื่นเต้นเล็กน้อย+ยังง่วงอยู่
ก็เลยปล่อยของเหลวเลอะไปถึงส่วนที่ไม่จำเป็นต้องเลอะ
แต่เอาเถอะ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

คู่มือบอกว่าให้รอหนึ่งนาที ถ้ามีขีดขึ้นสองเส้นแปลว่า Positive

ยังไม่ทันเริ่มจับเวลา เจ้าขีดสีม่วงที่ว่าก็ปรากฏขึ้นเสียแล้ว
โอ้ว ... เร็วจัง ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่านี่

ว่าแล้วก็รอให้ครบนาที
ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก
สะบัดๆ (สะบัดทำไม ไม่ใช่เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้!)
ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก

ก็ยังมีขีดสีม่วงขีดเดียวอยู่ดี

งือๆ

เซ็งจัด
เซ็งเพราะผิดหวังที่ยังไม่มีเบบี๋
แต่ที่เซ็งกว่า ก็เพราะมันหมายความว่า
น้ำหนักที่พอกพูน เกิดจากไขมันตามใจปากล้วนๆ

พรุ่งนี้ชั้นจะกินยาลดความอ้วน!!!

เซ็งไปอาบน้ำสระผมไป
สงสัยเซ็งเกินเหตุ บิดคอผิดจังหวะ
คอเคล็ดอีก

เฮ้อ ... ขอโทษเจ้าขีดสีม่วงขีดนั้นแล้วกันนะ

No comments: